เที่ยวกรีนแลนด์ กรีนแลนด์เป็นประเทศอันหนาวเย็นและอยู่ห่างไกลที่มีภูมิทัศน์เกิดจากหิมะและน้ำแข็ง และยังคงอนุรักษ์ธรรมชาติ สัตว์ป่า และวัฒนธรรมของชนเผ่าอินูอิดอันน่าทึ่งไว้เป็นอย่างดี สำหรับรายชื่อ 10 สิ่งที่จะต้องทำและไปเยือนเมื่อมาถึงเกาะใหญ่ที่สุดในโลก มีดังนี้
1.เที่ยวสุนัขลากเลื่อนและทัวร์สโนว์โมบิล



กิจกรรมยอดฮิตที่ไม่ควรพลาด การนั่งลากเลื่อนสุนัข นั่นเองค้า เคยเห็นกันในหนังใช่ไหมล่ะ ที่เหล่าน้องหมาตัวใหญ่ยักษ์ที่ลากเลื่อนให้คนนั่ง ดูน่าสนุกไม่ใช่น้อย มาถึงถิ่นแล้วก็ต้องลองดูสักหน่อยนะคะ นอกจากจะสนุกแล้ว ยังสามารถอัดคลิปเก็บเป็นโมเมนต์ไว้ลงอวดโชเชี่ยลให้อิจฉากันเล่นๆ ได้อีกด้วยน้า น้องหมายักษ์แต่ละตัวก็ดูน่าฟัดสุดๆ เลยยยย
2.เที่ยวอิลลูลิแซท ไอซ์ฟยอร์ด



สิ่งที่ได้รับความสนใจมากที่สุด การเดินไปรอบเมืองล่องลงสู่เส้นทางเดินตัดภูเขาทะลุผ่านไปที่ปากอ่าว เราจะได้เจอกับภูเขาน้ำแข็งขนาดยักษ์ที่แม่น้ำฟยอร์ดในระยะใกล้สุดๆ จากการมองจากพื้นดิน และการมาดูพระอาทิตย์ตกแสงกระทบธารน้ำแข็งสีฟ้านวลให้กลายเป็นสีทองนั้น จะเป็นช่วงเวลาเก็บภาพที่สวยงามแน่นอนค่ะ
3.เที่ยวอิลลูลิแซท ดิสโก้เบย์



เป็นไฮไลท์อย่างหนึ่งของที่นี่ วิวทิวทัศน์จากมุมสูง เมื่อเรามองลงมาภาพของอ่าวดิสโก้เบย์ที่เราเห็นนั้นไม่แตกต่างอะไรไปจากผลงานวาดภาพทิวทัศน์ชั้นดี ภาพพื้นดินที่ถูกตัดแบ่งด้วยสีฟ้าขาวโพลนของพื้นน้ำแข็งไกลสุดลูกหูลูกตานั้น จะเป็นภาพจดจำไว้ให้เราเล่าต่อประสบการณ์การท่องเที่ยวครั้งนี้ได้อย่างดี
4.เที่ยวธารน้ำแข็งอิควิ



กิจกรรมหลักๆ ของการสำรวจธารน้ำแข็งอิควิ ได้แก่ การล่องเรือบนธารน้ำแข็ง สำรวจก้อนน้ำแข็งมหึมาที่กำลังเคลื่อนตัว เมื่อน้ำแข็งก้อนยักษ์เคลื่อนตัวจะมีเสียงดังกึกก้อง อันนี้คือไฮไลท์ที่เหล่านักท่องเที่ยวต้องร้องดัง ว้าวว! รีบยกกล้องขึ้นมาอัดวิดีโอไว้เป็นความทรงจำที่ยากจะได้มาสัมผัสด้วยตัวเองค่ะ
5.เที่ยวนุก (Nuuk)



นุกเป็นเมืองที่มีสีสันแต่งแต้มไปด้วยความมีชีวิตชีวาของชาวกรีนแลนด์ สถานที่รวบรวมประเพณีเก่าๆ และความร่วมสมัยเข้าด้วยกัน แหล่งรวมสถานที่ช้อปปิ้ง เสื้อผ้า ร้านอาหาร รวมทั้งศูนย์วัฒนธรรม Katuaq สถานที่จัดนิทรรศการเกี่ยวกับแสงเหนือ และคอนเสิร์ตต่างๆ รวมทั้งยังมีท่าเรือเก่า ให้เป็นจุดเช็คอินเพื่อถ่ายรูปเก๋ๆ ยามพระอาทิตย์ตกดินอีกด้วยค่ะ
6.เที่ยวเมืองคาคอร์ทอค



ทิวทัศน์ของเมืองสามารถมองได้รอบทิศทาง ไกลออกไปในอ่าว ก็สามารถมองเห็นก้อนน้ำแข็งใหญ่ยักษ์ได้ที่สุดปลายขอบฟ้า เรียบริมฝั่งถูกตกแต่งไปด้วยหาดทราย และต้นปาล์มที่ดูค่อนข้างแปลกตาเมื่ออยู่ในประเทศที่ติดขั้วโลก
7.เที่ยวชมวาฬ



ในช่วงฤดูร้อนและฤดูใบไม้ผลิเหมาะแก่การออกสำรวจวาฬมากที่สุด เพราะวาฬหลังค่อม วาฬฟิน วาฬมิงก์ กลุ่มวาฬเฉพาะของกรีนแลนด์จะออกมาปรากฏตัวบ่อยครั้ง อย่างวาฬฟิน วาฬที่มีขนาดใหญ่อันดับ 2 รองมาจากวาฬสีน้ำเงิน ถ้าได้เห็นสักครั้งคงเป็นบุญตามากๆ
8. เที่ยวน้ำพุร้อนอูนาร์ตอค



น้ำพุร้อนแห่งนี้เกิดขึ้นจากน้ำพุร้อนทั้งสามสายจากทั้ง 3 เมืองนี้ไหลมารวมกัน การได้มาเอนตัวนอนแช่น้ำร้อนบนเกาะที่ไร้ซึ่งสิ่งปลูกสร้างแห่งนี้ ถือว่าเป็นประสบการณ์การเที่ยวพักผ่อนที่ยอดเยี่ยมสุดๆ ไปเลย! และอีกหนึ่งสิ่งที่น้ำพุร้อนแห่งนี้แตกต่างจากน้ำพุร้อนอีกหลายสิบที่ใดๆ ในกรีนแลนด์นั่นคือ อุณหภูมิของน้ำพุร้อนอูนาร์ตอดนั้นมีความอุ่นมากกว่าที่อื่น
9.แสงเหนือ กรีนแลนด์



“กรีนแลนด์“ เป็นตัวเลือกแรกๆสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วๆไปที่ต้องการมาตามล่า”แสงเหนือ” เพราะถึงจะไม่ได้พบกับแสงเหนือ แต่การได้เห็นวิวทิวทัศน์ของที่นี่ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว ข้อดีอีกอย่างของกรีนแลนด์ก็คือที่นี่จะสามารถรับชม”แสงเหนือ”ได้เกือบจะทั่วประเทศเลย เรียกว่าไม่พลาดแน่ๆถ้ายังไม่หลับนะ
10.เที่ยวดูแสงเหนือ (The Northern Lights)



กรีนแลนด์เป็นอีกหนึ่งประเทศที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกชื่นชอบที่จะมา ล่าแสงเหนือ ตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคมถึงเดือนเมษายน ท้องฟ้าของกรีนแลนด์นั้นจะถูกแต่งเติมไปแสงสีบนท้องฟ้า แสงเหนือ (The Northern Light) จะปรากฏตัวออกมาเต้นระบำวาดสีสันอยู่บนท้องฟ้าซีกโลกเหนือนั้น จะมีให้เห็นเป็นประจำในช่วงหน้าร้อนจนถึงฤดูใบไม้ผลิของกรีนแลนด์ แสงเหนือแห่งกรีนแลนด์นั้น เปรียบเหมือน งานศิลปะสุดคลาสสิกแห่งอาร์กติก แสดงได้ถึงความบริสุทธิ์ของธรรมชาติที่ไม่ถูกรบกวนจากมลพิษค่ะ